วันแรก |
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - อิสตันบุล |
|
21.45 น.
|
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่องทางเข้าที่ 9 แถว U เคาน์เตอร์ 1-6 สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง |
| 23.45 น. |
ออกเดินทางโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์สเที่ยวบินที่ TK 061 |
| |
|
| |
 |
|
วันที่สอง |
อิสตันบุล – บลูมอสก์ – วิหารเซ็นต์โซเฟีย – พระราชวังท็อปคาปี - ตลาดแกรนด์บาซาร์ |
|
| 05.30 น. |
เดินทาง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอะตาเติร์ก นครอิสตันบุล อดีตกรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของอาณาจักรไบแซนไทน์หรือโรมันตะวันออก อันยิ่งใหญ่กว่า 1,000 ปีก่อนจะแปรสภาพมาเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมานในอีก 500 ปีถัดไป และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นนครอิสตันบุล หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเยี่ยมชมนครอิสตันบุล ที่ซึ่งอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกได้มาบรรจบกัน โดยมีช่องแคบบอสฟอรัสกั้นขวางอยู่ ชม ฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าโบราณ เป็นศูนย์กลางเมืองในยุคไบแซนไทน์ ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์เหลืออยู่ 3 ชิ้น คือ เสาโอเบลิสค์ เสาบรอนซ์รูปงู และเสาคอนสแตนติน ซึ่งได้ชื่อมาจากพระเจ้าคอนสแตนติน จักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออก จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมมัสยิดสุลต่านอาห์เม็ตที่ 1 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สุเหร่าบลูมอสก์ ซึ่งเรียกตามสีกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นใน สร้างขึ้นในช่วงปี 1609 และ 1616 โดยเมห์เม็ต อาอา มัสยิดนี้นับเป็นการสร้างสรรค์ที่น่าประทับใจ มีหน้าต่างทั้งสิ้น 260 บาน และหอมิเนเร่ต์หกหลัง ถัดไปชม วิหารเซ็นต์โซเฟีย หรืออายา โซเฟีย ซึ่งเป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง จัดเป็นสุดยอดของด้านสถาปัตยกรรมในยุคนั้น โบสถ์หลังนี้สร้างขึ้นเป็นหลังที่สามหลังจากเกิดไฟไหม้และเสียหาย จักรพรรดิจัสติเนี่ยนทรงสร้างขึ้นและได้ประดับประดาภาพไว้อย่างมากมายภายใน หนึ่งในนั้นคือภาพจักรพรรดิคอนสแตนตินและจักรพรรดิจัสติเนี่ยนทรงถวายนครอิสตันบุล และวิหารเซ็นต์โซเฟียเพื่อบูชาพระแม่กุมาร ซึ่งประดับอยู่บนหน้าบันประตูทางออก |
เที่ยง
|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1) |
| บ่าย |
จากนั้นพาท่านชม พระราชวังท็อปคาปี ศูนย์กลางแห่งอำนาจอันไพศาลของจักรวรรดิออตโตมานตลอดช่วง 500 ปีในอดีต พระราชวังทอปคาปีเป็นที่สำหรับแสดงทรัพย์สมบัติอันมีค่าของสุลต่านของออตโตมานสมัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก, พระราชวังชั้นใน และฮาเร็ม ในอดีตภายในพระราชวังนี้จะมีข้าราชบริพารทำงานกันอยู่ประมาณ 5 พันคน จึงมีสภาพคล้ายตัวเมืองที่ซับซ้อนอยู่ในตัวเมืองอีกชั้นหนึ่ง ตัวพระราชวังนั้นได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรในยุคที่จักรวรรดิออตโตมานรุ่งเรืองถึงขีดสุด จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดแกรนด์ บาซาร์ ตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลกแหล่งรวมร้านค้ามากมายกว่า 3,000 ร้านไม่ว่าจะเป็นพรมนำเข้าจากอิหร่าน ร้านขายทอง ร้านเครื่องแก้วเจียระไน เครื่องประดับมากมาย ฯลฯ อิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองอย่างเต็มที่ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่สาม |
อิสตันบุล – ชานัคคาเล่ - กรุงทรอย - ม้าไม้แห่งกรุงทรอย |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3) |
| |
นำท่านเดินทางออกจากนครอิสตันบุล ไปยังทิศตะวันตกสู่กัลลิโปลี ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่มาแห่งสงครามกัลลิโปลีที่สัมพันธมิตรในอดีตได้ทำสงครามเพื่อยึดนครอิสตันบุล เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งขณะนั้นตุรกีในยุคของจักรวรรดิออตโตมาน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ทหารสุสานโลนไพน์และอ่าวอันแซค ซึ่งทหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาทิ้งชีวิตไว้ และชมอนุสรณ์สถานตุรกี ที่อ่าวอันแซค ทำพิธีเปิดในปี 1985 โดยรัฐบาลตุรกีในวันอันแซคเดย์ ซึ่งตรงกับทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปี |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4) |
| บ่าย |
นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ ข้ามช่องแคบดาร์ดาแนลส์ไปยัง กรุงทรอยหรือโทรจัน กรุงทรอยเป็นสถานที่อ้างอิงในตำนานโบราณของชาวกรีก โดยได้บรรยายถึงกรุงทรอยเอาไว้ในมหากาพย์อีเลียด ของโฮมเมอร์ กวีตาบอด เนื้อหากล่าวถึงความกล้าหาญของกลุ่มบุคคล ไม่มีใครสามารถยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเพียงตำนานหรือเรื่องจริง เกี่ยวกับตำนานของ เฮเลนแห่งกรุงทรอย ซึ่งเฮเลนนั้นเป็นธิดาของเทพซุสซึ่งเกิดกับมารดาที่เป็นมนุษย์ชื่อลีดา ได้อภิเษกเป็นราชินีของเมเนเลอัสราชาแห่งแคว้นสปาร์ต้าในกรีก แต่เจ้าชายปารีสแห่งทรอยได้ลักพาตัวหล่อนไป จึงเกิดสงครามแห่งกรุงทรอยขึ้น กองทัพกรีกต้องลงเรือมุ่งสู่กรุงทรอยเพื่อแย่งชิงเธอกลับมา นำชมโทรจัน ฮอร์สหรือ ม้าไม้แห่งกรุงทรอย อันโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้นและเป็นสาเหตุให้กรุงทรอยแตก ปัจจุบันพบเบาะแส และคูเมืองชั้นต่างๆ ซึ่งพอจะระบุได้ว่า ตำนานแห่งกรุงทรอยนั้น ไม่ใช่เรื่องเล่าขานอีก |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (5) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่สี่ |
ชานัคคาเล่ – แปร์กามอน – อิซมียร์ - คูซาดาซี |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6) |
| |
เดินทางสู่เมืองแปร์กามอนโดยรถโค้ชไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลอีเจี้ยน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ วิหารอะโครโปลิส ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดังดินแดนในเทพนิยาย และถัดไปในจะเป็นบริเวณวิหารเทพเจ้าซุส ตั้งอยู่ ซึ้งรูปปั้นเทพเทพเจ้าซุส ซึ่งปัจจุบันนี้เหลือเพียงแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แปร์กามอนที่กรุงเบอร์ลิน ในช่วงศตวรรษที่ 19 |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7) |
| บ่าย |
จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองอิซเมียร์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับทะเลอีเจี้ยน ทางฝั่งตะวันตกของตุรกี เป็นเมืองสำคัญทางการค้าอันดับสองและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของตุรกี ซึ่งในอดีตกาลเมืองนี้มักถูกมหาอำนาจยุคโบราณยึดครองมาหลายชนเผ่า เนื่องจากชัยภูมิที่ดีเยี่ยมสำหรับการเป็นเมืองท่าค้าขายและสำหรับการตั้งรับในการศึก ในอดีต พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ได้เคยนำกองทัพกรีกอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ขึ้นฝั่งที่เมืองนี้ นำท่านชมรอบๆ เมืองท่าอิซเมียร์ ที่มีชัยภูมิที่ตั้งอันสวยงามที่มีเวิ้งอ่าวรูปพระจันทร์เสี้ยวบนชายฝั่งทะเลอีเจี้ยน มีท่าเรือพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกี จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักเมืองคูซาดาซี |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (8) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่ห้า |
คูซาดาซี – บ้านพระแม่มาเรีย - เอเฟซุส - ปามัคคาเล่ |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9) |
| |
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางชม บ้านพระแม่มาเรีย (House of The Virgin Mary) เล่ากันว่าพระแม่เสด็จมาเอเฟซุสกับนักบุญจอห์นใน ค.ศ. 37 และ 48 และสิ้นพระชนม์ลงที่นี่ ปัจจุบันที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงสวด ภายในมีรูปบูชาที่เล่าลือกันว่ามีอำนาจในการรักษาโรคได้ ชาวกรีกออร์โธด็อกซ์จะมาชุมนุมกันที่โรงสวดในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อฉลองเทศกาลพระแม่มาเรียเสด็จสู่สวรรค์ สำนักวาติกันถือที่นี่เป็นอารามแห่งหนึ่ง จากนั้นมุ่งสู่ นครโบราณแห่งเอเฟซุส ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอิซเมียร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมทางโบราณคดีที่มีชื่อ นำท่านชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณยิมเนเซียมเวดิอุส ที่พ่อค้าและคหบดีสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 2 มีรูปแบบตามความนิยมของโรมันในสมัยนั้นคือ รวมยิมเนเซียมไว้กับโรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วย น้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่างๆ สนามกีฬาที่สร้างขึ้นในยุคเฮเลนิสติคเป็นรูปเกือกม้า เป็นจุดศูนย์รวมของชาวเอเฟซุสมาแต่ต้น ใช้จัดแข่งกีฬาหลายประเภท ทั้งมวยและมวยปล้ำ ปัจจุบันยังมีการจัดชนอูฐขึ้นในทุกฤดูหนาว ชมหอสมุดเซลซุส ซึ่งมีขนาดใหญ่โตเทียบได้กับโรงถ่ายภาพยนตร์ สำนักคณิกา (Brothel) โรงละครที่มีขนาดใหญ่โตสามารถจุผู้ชมได้กว่า 24,000 คนและปัจจุบันนี้ยังคงเปิดใช้งานอยู่ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้วอีกมากมาย |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (10) |
| บ่าย |
เดินทางถึงปามัคคาเล่ซึ่งภาษาเติร์กแปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย ซึ่งเกิดจากการธารน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นน้ำที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลเอ่อท่วมขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นรูปทรงต่างๆ เหมือนในถ้ำหินปูน และน้ำแร่ที่ไหลมาจากภูเขาชาลดาที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองโบราณกรีกเฮียราโปลิส
เป็นน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสม่ำเสมอคือ 33-35.5 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี เชื่อกันว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ซึ่งทางโรงแรมและรีสอร์ทมากมายที่นี่มักจะมีบริการสปาบริการน้ำแร่แก่
นักท่องเที่ยวและเพื่อผู้ที่ต้องการรักษาโรคด้วยการ วารีบำบัด |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (11) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่หก |
ปามัคคาเล่ – คอนย่า – สำนักเดอร์วิช - คัปปาโดเจีย |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12) |
| |
เดินทางสู่คอนย่า เพื่อเข้าคารวะ สุสานของเมฟลาน่า หรือสำนักเดอร์วิชส์ลมหมุน (Whirling Devishes) ซึ่งเล่ากันว่าก่อตั้งราวปี 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิลามซึ่งกำเนิดในอัฟกานิสถาน ซึ่งเดินทางมายังเมืองคอนย่าตามคำเชื้อเชิญของสุลต่านเซลจุคแห่งเติร์ค เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษาเปอร์เซีย และได้เสียชีวิตลงในปี 1273 ที่เมืองแห่งนี้ |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (13) |
บ่าย
|
เดินทางสู่ คัปปาโดเจีย ระหว่างทางชื่นชมภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกยุคโบราณ เมื่อหลายล้านปีก่อน ภูเขาเอร์เจียสได้ระเบิดกระแสลาวาออกมาปกคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางไมล์ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยปรากฏบนโลกนี้ต่อมาพายุ ลม ฝนได้กัดกร่อนชั้นลาวาเหล่านี้ออกทีละน้อย จนกลายสภาพเป็นหุบเขาและร่องลึก เนินต่างๆ แปรรูปพรรณสัณฐานเป็นแท่งหินและกรวยหินขนาดต่างๆ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (14) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่เจ็ด |
คัปปาโดเจีย – หุบเขาเกอเรเม่ – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง - นครใต้ดิน - กรุงอังการ่า |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (15) |
| |
เดินทางชมคัปปาโดเจีย หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยยูเนสโก้ ที่เกิดจากการกัดกร่อนลาวาภูเขาไฟโดยลม ฝน หิมะ ทำให้รูปพรรณสัณฐานเปลี่ยนเป็นทรงกรวย เป็นเวลากว่า 1,600 ปีมาแล้วที่คนได้เห็นความหัศจรรย์ทางธรรมชาติของคัปปาโดเจีย และได้เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นที่อยุ่อาศัย ที่หลบภัย และโบสถ์ วิหารต่างๆ ที่เจาะผ่านโพรงหิน ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ หุบเขาเกอเรเม่ จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโกเรอเม่ และชมภาพวาดพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของคริสเตียนบนฝาผนังและเพดานจากยุคโบราณ ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทน์ |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (16) |
| บ่าย |
นำชม นครใต้ดิน ที่หลบซ่อนตัวจากการรุกรานของข้าศึก ที่มีการวางรากฐานสาธารณูปโภคไว้อย่างดี ทั้งช่องระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล และแหล่งน้ำดื่ม บริเวณนี้ท่านจะได้เห็นหุบเขาแคนย่อนที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม ที่เกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ซึ่งใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างธรณีวิทยาเป็นล้านๆ ปี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงอังการ่า เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งถูกสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี 1923 ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 3 ล้านคน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (17) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่แปด |
กรุงอังการ่า – พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอนาโตเลียโบราณ - สุสานของ อะตาเติร์ก - อิสตันบุล |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (18) |
| |
นำท่านเที่ยวชมกรุงอังการ่า เมืองหลวงของตุรกีซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งทวีปเอเซีย ซึ่งชาวตุรกีจะเรียกแผ่นดินส่วนนี้ว่า อะนาโตเลีย เข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอะนาโตเลียโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ในฮามาน หรือโรงอาบน้ำ ออกแบบมาเพื่อเน้นความสำคัญของอนาโตเลียช่วงยุคคลาสสิคโดยเฉพาะ สิ่งของที่น่าทึ่งที่จัดไว้ให้ชมคือ วัตถุโบราณของมหาสุสานแห่งเมืองกอร์ดิอุม รวมถึงแผ่นไม้แกะสลักของชาวฟรีเจียที่มีอายุกว่า 2,700 ปี แต่ยังมีสภาพที่ดีอยู่ จากนั้นนำชม สุสานของ มุสตาฟา เคมาล อะตาเติร์ก ประธานาธิปดีคนแรกและรัฐบุรุษของตุรกี ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกประเทศตุรกียุคใหม่ เป็นที่สำหรับผู้มาเยือนกรุงอังการ่าควรไปอย่างยิ่ง สุสานแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปัตยกรรมฮิตไทต์และอนาโตเลียโบราณเข้าด้วยกัน มีโลงศพของอะตาเติร์กตั้งอยู่ภายใน แต่ศพไม่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ แขกทางการทูตของประเทศตุรกีทุกคนต้องมาเคารพสุสาน และลงชื่อเยี่ยมคารวะในสมุดอนุสรณ์เป็นการให้เกียรติด้วย |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (19) |
| บ่าย |
เดินทางไกลโดยรถโค้ช สู่นครอิสตันบุล (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (20) |
| |
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| |
 |
|
วันที่เก้า |
อิสระตามอัธยาศัย - กรุงเทพฯ |
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (21) |
| |
วันนี้มีเวลาให้ท่านได้อิสระตามอัธยาศัยทั้งวัน โดยท่านสามารถเยี่ยมชมโบราณสถานของเมืองเก่า หรือเลือกซื้อหาสินค้าของที่ระลึก ที่ย่านทักซิมสแควร์ และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนอำลานครอิสตันบุลในเวลาค่ำ (ไม่มีบริการอาหารกลางวัน) |
| เย็น |
นัดพบกันที่จุดนัดพบ เพื่อรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้ายในอิสตันบุลพร้อมกัน ก่อนออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (22) |
| |
จากนั้นได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอะตาเติร์ก นครอิสตันบุลเพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ |
| 23.05 น. |
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK 060 |
| |
|
| |
 |
|
วันที่สิบ |
กรุงเทพฯ |
|
13.40 น.
|
เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ |
| |
|
| |
 |
|